ผมมีความเชื่อว่า การเจริญเติบโตของทุกคน ตลอดระยะเวลาการมีชีวิต นั้นคือที่มาของ “การเป็นอย่างทุกวันนี้มากกว่า 80% มาจากการเติบโต”
ทุกเวลาการใช้ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลง 100% เต็มเหนี่ยว จะอย่างใดอย่างหนึ่งก็ว่ากันไป “การเปลี่ยนแปลง” เกิดจากอะไร หนึ่งในความคิดผม คือ “ความแตกต่าง” ความแตกต่างของความต้องการ นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงเพื่อผลลัพธ์ที่ต่างออกไปนั่นเอง แต่การเปลี่ยนแปลงไม่ได้ปฎิบัติได้ง่ายขนาดนั้น ระยะเวลาของการหล่อหล่อมคนๆหนึ่งให้เป็นคนหนึ่งใช้เวลามามากเท่าไหร่ การจะปรับเปลี่ยนไปอีกอย่างย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แน่ๆครับพี่น้อง
ใช่ครับ!! ผมกำลังจะพูดถึง “การคิด” สมัยปัจจุบันสมัยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวๆใหม่ หลากหลายเรื่องราว และนี้คือที่มาของ “คนสมัยใหม่ กับ คนคิดสมัยใหม่”

สำหรับผม?! ขอย้ำว่าสำหรับผม?!
คนรุ่นใหม่ กับ คิดสมัยใหม่ ต่างกัน ไม่เหมือนกันครับ
ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย เรียกว่า “คนรุ่นใหม่” ทั้งสิ้น คนรุ่นใหม่ไม่ได้หมายความว่าเกิดในยุคใหม่หรือยุคโลกาวิวัฒน์สมัยนี้เท่านั้นนะครับ ผมมีความคิดว่าการพัฒนาตัวเองตลอดเวลา พัฒนาตามกาลเวลา ต่างหากครับ ที่เรียกว่า “คนรุ่นใหม่” เพราะนิยามการพูดว่า “คนรุ่นใหม่” คือต้องเรียนรู้และขยับตัวตลอดเวลาตามเวลาที่เคลื่อนไปข้างหน้านั้นละครับ อย่างนี้สำหรับผม ก็คือ ทุกคนมีความ “คนรุ่นใหม่” ตลอดเวลา ถ้าปฎิบัติกับตัวเอง ด้วยการปรับตัวตลอดเวลานั้นละครับ #ได้เห็นแล้วว่าฉีกทางเลยละสิครับ
แต่เดียวก่อน แล้ว “คิดสมัยใหม่” ละ เกี่ยวข้องกันอย่างไร?! ผมมีคำตอบจาก วลีนี้มาพูดต่อครับ….

“คิดสมัยใหม่” คือ คิดเพื่อผลลัพธ์ที่ต่างออกไปจากเดิมนั้นละครับ เรามักได้ยินคำว่า “หัวโบราณ” แต่ “หัวโบราณ” ก็คือการพัฒนาอะไรใหม่ๆ มาด้วยนะคราฟ ฟังดูแล้ว อาจดู งงไปหน่อย
คืออย่างนี้ครับ “การคิดสมัยใหม่” คือการคิดรอบตัวตลอดเวลา เห็นนั้น เห็นนี้ ชอบตั้งความคิดตลอดเวลา เวลาเกิดอะไรไม่ชอบใจ ก็ตั้งคำถามกับมัน อย่างนี้ละครับ เรียกว่า การคิดสมัยใหม่
ดังนั้นครับ อยากฝากไปยังทุกคนครับ การแสดงความคิดเห็น หรือการพูดอะไรก็แล้วแต่ เป็นเรื่องน่าคิดทั้งสิ้นครับ เพราะเป็นความคิดเห็นส่วนตัว แต่เรามีสิ้นเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องยอมรับทุกความคิด มันเยี่ยมที่สุดครับ
